คำว่าเหมืองบิทคอยน์หรือ Bitcoin Mining ฟังดูเหมือนขุดแร่ใต้ดิน แต่จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกับดินหรือหินเลย เป็นกระบวนทางคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนและสำคัญต่อระบบคริปโตเคอเรนซี วันนี้มาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนว่าเหมืองบิทคอยน์คืออะไรและทำไมถึงมีคนสนใจ
ความหมายที่แท้จริง
เหมืองบิทคอยน์คือกระบวนใช้พลังคอมพิวเตอร์ในแก้สมการคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเพื่อตรวจสอบและบันทึกธุรกรรมบิทคอยน์ลงในระบบบล็อกเชน เปรียบเหมือนเป็นทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ตรวจสอบธุรกรรมและช่างพิมพ์ธนบัตรในเวลาเดียวกัน คนที่ทำงานนี้เรียกว่านักขุดหรือ Miner ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเฉพาะทางที่เรียกว่า ASIC Miner ในแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ระบบสร้างขึ้น
เมื่อนักขุดคนใดแก้ปัญหาได้ถูกต้องและเร็วที่สุด จะได้รับบิทคอยน์ใหม่เป็นรางวัล พร้อมกับค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมที่ตรวจสอบ นี่คือที่มาของคำว่าขุดหรือเหมือง เพราะคล้ายกับขุดทองคำที่ต้องใช้แรงงานและอุปกรณ์แล้วได้รางวัลเป็นทองคำ แต่ในโลกดิจิทัลใช้พลังคอมพิวเตอร์แทนพลังคนและได้บิทคอยน์แทนทองคำ
บทบาทสำคัญในระบบ
นักขุดไม่ได้แค่ได้รับบิทคอยน์ฟรีๆ แต่มีหน้าที่สำคัญในรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ทุกครั้งที่มีคนโอนบิทคอยน์ ธุรกรรมนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากนักขุดหลายคน ป้องกันไม่ให้ใครสามารถใช้เหรียญเดียวกันซ้ำหรือปลอมแปลงข้อมูล ยิ่งมีนักขุดมาก เครือข่ายยิ่งปลอดภัยเพราะยากที่จะโกงระบบ
กระบวนขุดยังควบคุมจำนวนบิทคอยน์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ ระบบกำหนดไว้ว่าจะมีบิทคอยน์ทั้งหมดไม่เกิน 21 ล้านเหรียญ รางวัลจากขุดจะลดลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 4 ปีในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Halving ทำให้บิทคอยน์มีความหายากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คล้ายทองคำที่มีจำนวนจำกัดในโลก นี่คือเหตุผลที่หลายคนมองว่าบิทคอยน์เป็นทองคำดิจิทัล
อุปกรณ์และเทคโนโลยี
ในยุคแรกๆ คนขุดบิทคอยน์ด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะธรรมดาก็ได้ แต่เมื่อความยากเพิ่มสูงขึ้นและมีคนแข่งขันกันมากขึ้น ต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ปัจจุบันใช้เครื่อง ASIC ที่ออกแบบมาเพื่อขุดบิทคอยน์โดยเฉพาะ มีกำลังประมวลผลสูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายพันเท่า แต่ราคาแพงและใช้ไฟฟ้าจำนวนมหาศาล
เครื่องขุดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่หยุด ปล่อยความร้อนสูงและมีเสียงดัง ต้องมีระบบระบายความร้อนดี มีไฟฟ้าเพียงพอ และอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม หลายคนจึงตั้งฟาร์มขุดในโกดังหรือโรงงานที่มีพื้นที่กว้างและค่าไฟฟ้าถูก บางประเทศที่มีพลังงานไฟฟ้าราคาถูกกลายเป็นศูนย์กลางขุดบิทคอยน์ของโลก
ต้นทุนและผลตอบแทน
ขุดบิทคอยน์ต้องลงทุนสูง ราคาเครื่อง ASIC รุ่นดีอยู่ที่หลักแสนบาท ค่าไฟฟ้าเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่สูงมาก บางคนจ่ายค่าไฟเดือนละหลักหมื่นถึงแสนบาท ยิ่งเครื่องมากยิ่งกินไฟเยอะ ต้องคำนวณให้ดีว่ารายได้จากขุดจะมากกว่าค่าใช้จ่ายหรือไม่ ในบางช่วงที่ราคาบิทคอยน์ตกหรือความยากสูงมากอาจขาดทุนได้
ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ราคาบิทคอยน์ ความยากในขุด กำลังประมวลผลของเครื่อง และค่าไฟฟ้า ถ้าทุกอย่างเหมาะสมอาจมีกำไรดี แต่ถ้าราคาบิทคอยน์ตกหรือค่าไฟแพงอาจต้องหยุดขุดเพราะไม่คุ้ม คนที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนที่เข้าตั้งแต่แรกหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุน
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากคือเรื่องใช้พลังงานมหาศาล เครือข่ายบิทคอยน์ทั้งหมดใช้ไฟฟ้าเทียบเท่าประเทศขนาดกลางทั้งประเทศ ถ้าพลังงานมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากมาย สร้างปัญหาโลกร้อน บางคนโต้แย้งว่าคุณค่าที่ได้รับจากระบบการเงินที่กระจายอำนาจคุ้มค่ากับพลังงานที่ใช้ แต่หลายคนไม่เห็นด้วย
ทางออกคือหันมาใช้พลังงานหมุนเวียน หลายฟาร์มขุดเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือใช้พลังงานลม น้ำ หรือความร้อนใต้พิภพ ทำให้สะอาดและยั่งยืนกว่า บางโครงขุดใช้ก๊าซธรรมชาติที่รั่วไหลจากบ่อน้ำมันมาผลิตไฟฟ้า เปลี่ยนของเสียให้เป็นประโยชน์ นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สรุปประเด็นสำคัญ
เหมืองบิทคอยน์ คือกระบวนใช้พลังคอมพิวเตอร์ในแก้สมการคณิตศาสตร์เพื่อตรวจสอบธุรกรรมและสร้างบิทคอยน์ใหม่ มีบทบาทสำคัญในรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายและควบคุมจำนวนเหรียญ ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่แพงและกินไฟฟ้ามาก ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาจได้กำไรดีหรืออาจขาดทุนได้ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ต้องหาทางแก้ไข เป็นส่วนสำคัญของระบบบิทคอยน์ที่ทำให้ทุกอย่างทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งองค์กรกลาง
