วางแผนเงินสดสำหรับธุรกิจเล็ก ให้ไม่สะดุดในเดือนยอดตก

วางแผนเงินสดสำหรับธุรกิจเล็ก ให้ไม่สะดุดในเดือนยอดตก

การทำธุรกิจเล็กไม่ได้พังเพราะกำไรหายอย่างเดียวครับ หลายครั้งพังเพราะ “เงินสดไม่ทันใช้” โดยเฉพาะเดือนที่ยอดตก ยอดขายลด แต่ค่าเช่า ค่าแรง ค่างวด และบิลต่าง ๆ ยังมาเหมือนเดิม ถ้าไม่ได้วางแผนเงินสดไว้ล่วงหน้า ธุรกิจจะเริ่มสะดุดแบบไม่ทันตั้งตัว บทความนี้จะพาไปทำแผนเงินสดที่ใช้งานจริง เห็นจุดเสี่ยงก่อนเงินหมด และมีวิธีรับมือให้ธุรกิจเดินต่อได้แม้ยอดแกว่งครับ

เข้าใจภาพรวมก่อน เงินสดคือเส้นเลือดของธุรกิจ

สิ่งที่คนทำธุรกิจมักสับสนคือ “ขายได้” ไม่เท่ากับ “มีเงินสด” เพราะบางธุรกิจขายแบบให้เครดิตลูกค้า บางธุรกิจต้องสต๊อกของก่อน หรือจ่ายต้นทุนก่อนแล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง เดือนยอดตกจะยิ่งเห็นชัดว่าเงินเข้าไม่สม่ำเสมอ แต่เงินออกมีกำหนดตายตัว วิธีคิดที่ช่วยมากคือแยกให้ชัดว่า เงินเข้าเข้าวันไหน เงินออกออกวันไหน แล้วคุมระยะเวลาระหว่างสองฝั่งให้สั้นที่สุด เท่านี้ก็ลดโอกาสเงินขาดมือได้เยอะครับ

ตั้ง “เงินสดขั้นต่ำเพื่ออยู่รอด” ให้ชัด แล้วกันไว้ก่อน เริ่มจากลิสต์ค่าใช้จ่ายคงที่ทั้งหมดที่ต้องจ่ายแน่ ๆ ทุกเดือน เช่น ค่าเช่า เงินเดือน ค่างวดรถ/เครื่องมือ ค่าอินเทอร์เน็ต ระบบต่าง ๆ ภาษีขั้นต่ำ หรือค่าใช้จ่ายสัญญารายเดือน แล้วตั้งเป้ากันเงินสดสำรองอย่างน้อย 2–3 เดือนของค่าใช้จ่ายคงที่ ธุรกิจที่ยอดขึ้นลงแรงควรมี 4–6 เดือนจะอุ่นใจกว่า เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินลงทุนเพิ่ม แต่เป็น “กันชน” ที่ทำให้เดือนยอดตกไม่ทำให้ธุรกิจล้มครับ

ทำตารางเงินสด 13 สัปดาห์ มองล่วงหน้าให้ทันก่อนสะดุด แผนเงินสดที่ใช้ได้จริงกับธุรกิจเล็กคือการทำ Cash Flow รายสัปดาห์ 13 สัปดาห์ เพราะละเอียดพอจะเห็นหลุมก่อนตก โดยให้ใส่แค่หัวใจหลัก 2 ฝั่งคือเงินเข้าและเงินออก ฝั่งเงินเข้าให้ใส่ยอดขายคาดการณ์และวันที่จะเก็บเงินจริง รวมถึงลูกหนี้ค้างที่คาดว่าจะจ่าย ฝั่งเงินออกให้ใส่ต้นทุนสินค้า ค่าจ้าง ค่าเช่า บิล หนี้ และภาษี พอทำครบจะเห็นทันทีว่าสัปดาห์ไหนมีสิทธิ์ติดลบ แล้วเราจะมีเวลาหาวิธีอุดก่อนถึงวันจ่ายจริงครับ

แยกเงินออกเป็น 3 กอง คุมง่าย ลดรั่วไหล

ธุรกิจเล็กมักเงินไหลเพราะทุกอย่างใช้บัญชีเดียวปนกัน แนะนำให้แยก “การตัดสินใจจ่าย” เป็น 3 กองเพื่อคุมจังหวะเงินสด กองแรกคือกองคงที่ ห้ามแตะ ใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่า เงินเดือน หนี้ และภาษี กองที่สองคือกองผันแปร เช่น ต้นทุนสินค้า โฆษณา ค่าคอมมิชชั่น ที่ปรับลดได้ตามยอด กองที่สามคือกองโต/ทดลอง เช่น ซื้ออุปกรณ์ โปรเจกต์ใหม่ หรือของที่ยังไม่จำเป็น กองนี้ให้ทำเฉพาะช่วงเงินสดเหลือจริง ๆ จะช่วยให้เดือนยอดตกไม่ลากทั้งธุรกิจลงไปพร้อมกันครับ

ทำให้เงินเข้าเร็วขึ้น ก่อนคิดตัดค่าใช้จ่าย เดือนยอดตกสิ่งที่ช่วยชีวิตเร็วที่สุดคือเร่งเงินเข้า ไม่ใช่แค่ลดเงินออก เพราะลดมากไปคุณภาพตกและยอดจะยิ่งร่วง วิธีที่ใช้ได้ดีคือเก็บมัดจำหรือเก็บก่อนบางส่วนโดยทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย เช่น แบ่งงวดชัดเจน ส่งงานเป็นเฟส อีกทางคือทำแรงจูงใจให้จ่ายเร็ว เช่น ลดเล็กน้อยเมื่อจ่ายภายใน 3 วัน หรือเพิ่มบริการเสริมเล็ก ๆ ให้กับคนที่จ่ายทันที และถ้าธุรกิจมีเครดิตเทอม ควรปรับเงื่อนไขให้เข้มขึ้นกับลูกค้าใหม่ ลดระยะเวลาจ่ายให้สั้นลงเพื่อคุมเงินสดครับ

เลื่อนเงินออกอย่างมีชั้นเชิง ไม่ให้กระทบงานส่งมอบ

อีกฝั่งคือจัดการเงินออกให้เบาลงโดยไม่ทำให้ระบบพัง วิธีแรกคือคุยกับซัพพลายเออร์เพื่อขอเครดิตเทอมยาวขึ้น หรือแบ่งจ่ายเป็นงวด วิธีที่สองคือเปลี่ยนค่าใช้จ่ายบางอย่างจากเหมาจ่ายเป็นจ่ายตามการใช้งาน เช่น เครื่องมือบางตัวที่ใช้เฉพาะช่วงยิงแคมเปญ หรือบริการที่ไม่จำเป็นทุกเดือน วิธีที่สามคือหยุดค่าใช้จ่ายที่ไม่สร้างยอดและไม่ช่วยส่งมอบก่อน เช่น การซื้อของเข้าสต๊อกที่หมุนช้า การทำโปรเจกต์ใหม่ที่ยังไม่คืนเงินสดเร็ว การตัดแบบนี้จะไม่ทำให้ยอดพัง แต่ช่วยยืดลมหายใจได้ดีครับ
ตั้ง “แผนฉุกเฉินแบบ Trigger” ไว้ล่วงหน้า เดือนยอดตกจะไม่ตื่น ธุรกิจเล็กที่อยู่รอดมักมีแผนเมื่อยอดตกไว้แล้ว ไม่ใช่รอให้เงินใกล้หมดค่อยคิด ลองตั้ง Trigger ง่าย ๆ เช่น ถ้ายอดตกเกิน 20% ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ให้ลดงบผันแปรลงตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด ถ้าเงินสดกันชนเหลือน้อยกว่า 1.5 เดือน ให้หยุดซื้อสต๊อกที่ไม่หมุนและเร่งเก็บหนี้ทันที หรือถ้าตาราง 13 สัปดาห์เห็นว่าสัปดาห์ใกล้ ๆ จะติดลบ ให้เปิดแคมเปญเงินสดเร็ว เช่น โปรจ่ายก่อน แพ็กเกจรายเดือน หรือดีลจองคิวล่วงหน้า วิธีนี้ทำให้ตัดสินใจไวและไม่ใช้อารมณ์ครับ
  • เช็กลิสต์ที่ควรทำ เพื่อให้เงินสดไม่สะดุด
  • รู้ค่าใช้จ่ายคงที่รายเดือน และกันเงินก้อนนี้ไว้ก่อนเสมอ
  • มีเงินสดกันชนอย่างน้อย 2–3 เดือน (ผันผวนมากให้ 4–6 เดือน)
  • ทำตารางเงินสด 13 สัปดาห์ ดูสัปดาห์เสี่ยงก่อนเงินติดลบ
  • เร่งเงินเข้าโดยลดระยะเวลารับเงิน และจัดเงื่อนไขมัดจำให้เหมาะ
  • ชะลอเงินออกด้วยการต่อรองเทอม แบ่งจ่าย และตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
เดือนยอดตกไม่ได้แปลว่าธุรกิจต้องหยุดครับ ถ้าวางแผนเงินสดให้เห็นล่วงหน้า แยกเงินให้ชัด และตั้งกติกาการรับมือไว้ก่อน ธุรกิจเล็กจะผ่านช่วงยอดแกว่งได้สบายขึ้นมาก ที่สำคัญคือจะตัดสินใจแบบมีข้อมูล ไม่ใช่ตัดสินใจตอนเงินใกล้หมดครับ